เดินทางไกล ขับขี่รถยังไงให้ไม่เป็นอันตรายตลอดทาง

ความเป็นจริงแล้วพวกเราคงจะมากล่าวหัวข้อนี้ก่อนตอนเดินทางวันสงกรานต์ หากแม้พวกเราจะทราบดีว่า คนจำนวนไม่น้อยบางครั้งอาจจะพลาดที่มิได้ เนื้อหานี้ แต่ว่าถือไว้ว่าเก็บไว้ใช้ในคราวหลังในการเดินทาง ที่พวกเราก็ขอให้ทุกคนไปๆมาๆโดยสวัสดิภาพ แล้วกลับมาอ่านพวกเรากันจำนวนไม่ใช่น้อย

การขับรถยนต์ระยะไกล เกิดเรื่องที่ยากจะเลี่ยง เนื่องจากว่าเป้าประสงค์สำหรับเพื่อการซื้อรถยนต์ก็ด้วยเหตุผลนี้อยู่แล้ว ควรมีบ้าง กับการขับรถยนต์ ท่องเที่ยว หรือขับขี่รถไปทำธุระชนบท ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่จะจะต้องทราบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสำหรับการขับรถ

1. การใช้ความเร็วให้ชมรมกับรถยนต์คันอื่น

การใช้ความเร็วตอนที่กำลังขับขี่มีความหมาย แต่ละเลนจะใช้ความเร็วแตกต่างกัน เลนซ้ายรถบรรทุกขับฃ้า เลนกึ่งกลาง และก็ขวาสุดจะ ใช้ความเร็วเยอะขึ้น ตัวเราเองขับขี่รถเร็วหรือช้า ก็จะต้องเลือกเลนให้สมควร ต้องการจะขับรถชมวิว ชับช้าๆแม้กระนั้นไปอยู่เลนขวาสุดก็มี ช่องทางเกิดอุบัติเหตุ การขับรถยนต์ระยะไกลนั้นถ้าเกิดอุบัติเหตุจะเกิดเรื่องใหญ่ ถ้าเกิดท่องเที่ยวข้างจังหวัด รถยนต์เสียไม่อาจจะขับได้ ก็ จะก่อให้เกิดปัญหาสำหรับการเดินทาง ฉะนั้นก็เลยจำต้องตั้งใจกับหัวข้อนี้ ใช้ความเร็วให้สมาคมกับคันอื่น ซึ่งเรื่องอย่างงี้ก็ล้วนมีเหตุที่เกิดจาก ประสบการณ์สำหรับการขับขี่รถ จะต้องสร้างประสบการณ์ด้วยตัวเอง หาช่องทางขับรถเป็นระยะทางที่ไกลๆเป็นประจำ

2. เติมน้ำมันระวังได้แต่ว่าลม

การเดินทางไกล กรณีแวะเติมน้ำมัน ถ้ายังคลุมเคลืออย่าปิดเครื่องยนต์ เพราะเหตุว่าการเติมน้ำมันของบางปั๊ม หัวจ่ายน้ำมัน จ่ายแม้กระนั้น ลม ไม่มีน้ำมันออกมาแม้กระนั้นจำนวนวิ่งตามธรรมดา ถ้าเกิดเดินเครื่องเอาไว้ ก็จะมองเห็นได้อย่างแจ่มแจ้งว่า เข็มน้ำมันมีการขยับขึ้น ซึ่งถ้าเกิดพบว่า เข็มน้ำมันไม่ขยับ ก็รีบออกมาตรวจตรา คนเขียนเคยพบกับตนเองมา 2 ครั้ง ซึ่งแทบก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เพราะว่าเติมน้ำมันรวมทั้ง ขับขี่รถขึ้นไปบน น้ำมันหมดบนเขา แต่ว่าถ้าน้ำมันหมดขณะกำลังขับขึ้นไปบน คงก่อปัญหาเยอะๆ ฉะนั้นถ้าเพิ่ม น้ำมัน เสร็จแล้ว ก็จำต้องรีบสำรวจเข็มน้ำมัน ถ้าหากมีปัญหาจำเป็นต้องคุยกันเดียวนั้น

3. จัดการกรณีการจราจรเนืองแน่น

การเดินทางในตอนการจราจรแออัดบางทีก็อาจจะเป็นสิ่งที่ยากจะเลี่ยง แม้กระนั้นก็จำต้องเตรียมรับมือ รอคอยให้ถนนหนทางเตียน ไม่ต้องไปติดบน ถนนหนทางร่วมกับคนอื่นๆ ซึ่งก็ควรจะตระเตรียมเก้าอี้ เสื่อ ร่ม น้ำกิน เพื่อสามารถหยุดพักริมทาง ปั๊ม ห้องอาหาร พักชั่วครั้งคราวได้ ระหว่าง คอยให้ถนนหนทางเตียน นักเขียนเคยใช้รถตู้ ก็เลยไม่ทุกข์ยากลำบากถ้าหากพบกับรถติด หยุดรอคอยได้ ในรถยนต์เสมือนชูห้องรับแขกมาไว้ด้านใน

4. ไม่มีอันตรายไว้ก่อน ขับขี่รถไม่ประมาท

เมื่อจำเป็นที่จะต้องเดินทางไกล สำหรับมือใหม่กำลังฝึกฝนขับ ควรจะฝึกหัดทำตัวในเรื่องความปลอดภัยให้กำเนิดเป็นความคุ้นชิน อย่างมือ ใหม่พึ่งจะขับขี่รถเป็น ชอบกำเนิดความคะนอง คิดว่าตัวเองดี ตนเองแจ๋ว ก็เลยได้โอกาสเกิดอุบัติเหตุ นักเขียนเองก็เคยเป็นอย่างงั้น ขับ รถยนต์ได้ 5 วันแรกในชีวิต ก็เริ่มขับในกรุงเทวดา ในขณะที่ไร้ใบขับรถ ภายในช่วงเวลาเดือนเดียว จังหวัดรอบกรุงเทวดาก็ไปหมดทุกหนทุกแห่งแล้ว ยุค นั้นยังไม่ห้ามเรื่องดื่มเหล้า ตอนที่กำลังขับรถยนต์ ก็เลยขับไป จับกลุ่มกันไป บันเทิงใจ นึกย้อนกลับไปแล้ว มันช่างน่าขนลุกจริงๆแต่ว่าก็โชคดีที่ไม่ เคยชนคนไหน

5. ลมยางอ่อน ยางระเบิดได้

การเดินทางไกล การเติมลมยางควรต้องมากยิ่งกว่าธรรมดาบางส่วน ถ้าเกิดลมยางอ่อน ยางได้โอกาสระเบิดได้ เพราะว่าอากาศในยางจะ ขยายตัวได้มากกว่า ธรรมดาข้างประตูฝั่งผู้ขับจะมีสติ๊กเกอร์บอกไว้ว่าจำเป็นต้องเพิ่มลมยางหน้าข้างหลังมากมายเท่าไร เป็นต้นว่า หน้า 28 ข้างหลัง 32 ก็บางทีก็อาจจะเพิ่มเติมไว้มากยิ่งกว่านั้นได้แก่ หน้า 32 ข้างหลัง 35 กรณีมีผู้โดยสารเต็มคัน
แม้กระนั้นดังนี้ก็จำเป็นต้องมองว่าใช้ความเร็วมากมายน้อยเท่าใด ขับขี่รถเร็วการเติมลมยางแข็งมากมาย จะเบรคไม่ค่อยดี ระยะเบรคไกลมากขึ้น เมื่อ เทียบกับลมยางที่อ่อนกว่า นอกนั้นวัสดุซ่อมแซมและก็แปลงยางสำรองก็จะต้องพร้อมด้วยเหมือนกัน นักเขียนเคยมีประสบการณ์โชค ร้ายยางระเบิด 2 รอบ อีกทั้งยางธรรมดาแล้วก็ยางสำรอง ซึ่งก่อปัญหาพอควร

การขับรถยนต์ระยะไกลเป็นประสบการณ์ที่จะจะต้องฝึกซ้อมด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อมีรถยนต์ก็ยากจะเลี่ยง บางครั้งก็อาจจะจำเป็นต้องขับกลับไปอยู่บ้าน ไป ท่องเที่ยว หรือเดินทางไปทำธุระในบ้านนอก ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยจำเป็นต้องเล่าเรียนวิชาความรู้ฐานราก ในหลายๆด้าน ให้มีประสบการณ์ เพื่อกำเนิด ความปลอดภัยกับตนเองแล้วก็ผู้ใช้ถนนด้วยกัน

ในการขับรถเป็นระยะทางที่ไกลๆนั้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ค่อนข้างจะมีการเสี่ยงสูง แต่ว่าแม้รู้จักการตระเตรียมก่อนจะมีการเดินทางนั้น ก็จะสามารถลดการเสี่ยงลงได้ อย่างไรก็ดี การขับขี่ที่ปลอดภัยที่สุด ก็หนีไม่พ้นการมีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอเวลา เนื่องจากว่าถ้าหากคนขับไม่มีสติแล้ว อาจทำให้เป็นผลเสียตามมาได้นั่นเอง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *